Archive for the ‘ข่าว – ข่าวประชาสัมพันธ์’ category

สุดยอดงานกาแฟ ชา เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และไอศครีม ของไทย

October 5th, 2009

กวิน อินเตอร์เทรด เปิดศักราชใหม่ เตรียมจัดงาน Thailand Coffee Tea and Drinks 2009 ที่ครบวงจร และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปีที่2 ขยายพื้นที่จัดงาน 25% พร้อมจัดกิจกรรมการแข่งขันกาแฟและเบเกอรี่ ตั้งเป้าผู้เข้าชมงานกว่า 25,000 คน เงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท จะมีระหว่าง วันที่ 19 – 22 กุมภาพันธ์ 2552 ณ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ

กวิน อินเตอร์เทรด เปิดศักราชใหม่ เตรียมจัดงาน Thailand Coffee Tea and Drinks 2009 ที่ครบวงจร และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปีที่2 ขยายพื้นที่จัดงาน 25% พร้อมจัดกิจกรรมการแข่งขันกาแฟและเบเกอรี่ ตั้งเป้าผู้เข้าชมงานกว่า 25,000 คน เงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท
นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้จัดงานเปิดเผยว่า งาน Thailand Coffee Tea and Drinks 2009 จะมีระหว่าง วันที่ 19 – 22 กุมภาพันธ์ 2552 ณ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ ซึ่งจะเป็นการรวมผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับกาแฟ ชา เครื่องดื่ม
เบ เกอรี่ และไอศครีม จำนวนกว่า 200 บูธ มาอยู่ในงานเดียว โดยจัดร่วมกับงาน Thai Franchise & SME Expo 2009และงาน Thailand Bakery & Ice Cream 2009 ภายใต้ concept “Three in One”
นายกวิน กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่จัดงานเพิ่ม 25% จาก 160 บูธเป็น 200 บูธ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจกาแฟที่มีมูลค่าตลาดถึง 4,000 ล้านบาท ต่อปี และขณะนี้มีผู้ประกอบการผลิต ผู้แทนจำหน่ายเมล็ดกาแฟ ชา เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆกว่า 20 ราย ตอบตกลงเข้าร่วมงาน Thailand Coffee Tea and Drinks 2009 อาทิ 94 coffee, WEGA ,กาแฟสดชาวดอย, K2, กาแฟดอยช้าง, Coffman, ซำบายดี, Peaberry, Salotto, KNS, Billlion Coffee, Hillkof ฯลฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ราย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นงานชุมนุมธุรกิจกาแฟ ชา เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และไอศกรีม ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
“ในปัจจุบันธุรกิจร้าน กาแฟสดได้รับความนิยมจากนักลงทุนคอกาแฟเป็นอย่างสูง ส่งผลให้มีการเปิดร้านกาแฟนับร้อยแห่งต่อปี ทั้งที่เป็นในส่วนของเชนและผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น งาน Thailand Coffee Tea and Drinks 2009 จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจและนักลงทุนรายใหม่ที่ต้องการเลือก ซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบในงานในราคาพิเศษสุด” กรรมการผู้จัดการกล่าว
นอก เหนือจากการแสดงสินค้าของผู้ประกอบการจากหลายประเภทธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับสมาคมบาริสต้าจัดกิจกรรมไฮไลท์พิเศษ คือ “การแข่งขัน National Thailand Barista Championship (NTBC)” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักชงกาแฟของประเทศไทยเพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งขันในรายการ World Barista Championship 2009 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในเดือนเมษายน 2552 และการแข่งขัน Professional & Indy Barista Championship 2009 เพื่อหาสุดยอดบาริสต้าดาวเด่นดวงใหม่มาประดับวงการกาแฟ ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกในเมืองไทย
นายกวินกล่าวต่อไปว่า เพื่อสร้างสีสันและความน่าสนใจให้กับงาน ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆอีกมาก ให้ผู้เข้าชมงานได้มีส่วนร่วม อาทิ สาธิตการทำกาแฟ เครื่องดื่ม เบเกอรี่ โดยบาริสต้า บาร์เทนเดอร์ และเชฟโรงแรมมืออาชีพ ฟังฟรีสัมมนาในหัวข้อเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจกาแฟจากผู้เชี่ยวชาญ และฮอท โปรโมชั่น เลือกซื้ออุปกรณ์ และวัตถุดิบกาแฟ ชา เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และไอศครีม ในราคาพิเศษสุดเฉพาะในงานเท่านั้น
“งาน Thailand Coffee Tea and Drinks 2009 งาน Thailand Bakery and Ice Cream 2009 และงาน FSE 2009 ในครั้งนี้เป็นการจัดงานกาแฟ ชา เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และ ไอศครีม ที่สมบูรณ์แบบและครบวงจรที่สุดในประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันธุรกิจด้านกาแฟ ชา เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และไอศครีม ให้มีการขยายและเติบโตต่อไปในอนาคต” นายกวินกล่าวเน้น
กรรมการผู้จัดการ คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานทั้ง 3 รวมกว่า 25,000 คนจากทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นงานเดียวที่ผู้เข้าชมสามารถเลือกพิจารณาธุรกิจต่างๆกว่า 20 ประเภทที่ผู้แสดงนำมาให้ชม และคาดว่าจะมียอดซื้อขายเกิดขึ้นภายในงานกว่า 200 ล้านบาท
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaifranchisesme.com หรือ www.thailandcoffee.net หรือ โทร. 02-861-4013
______________________________________

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
Marketing Communications Executive
โทร. 02-861-4013 ต่อ 117

โชคดีติ่มซำ ลุยขายแฟรนไชส์ ตจว.

October 5th, 2009

หลาย คนมีการตั้งคำถามว่า กับสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่ปกติ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มไม่สู้ดี เฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาคนตกงาน อำนาจซื้อลด มีธุรกิจไหนบ้างที่ยังแฮปปี้อยู่ดีมีสุข และมีสุขภาพแข็งแรง มีธุรกิจหนึ่งที่สามารถตอบได้ในเวลานี้ก็คือ ธุรกิจอาหาร !
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะ เฟื่องฟู ตกต่ำ ถดถอย หรือเจริญเติบโตขนาดไหน อาหารยังเป็น สิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต ฉะนั้นธุรกิจอาหารยังเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและสามารถสร้างให้เกิดการเจริญ เติบโตได้ แม้ว่าตัวเลขการเติบโตอาจจะไม่สูงนักก็ตาม

ธีรภพ ศิรประภาธรรม กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โชคดี อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์ติ่มซำ นึ่งสด “โชคดีติ่มซำ” กล่าวว่า ตลอดทั้งปี ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเจอปัญหาหลายๆ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง น้ำมันแพง กำลังซื้อหด ฯลฯ ซึ่งการดำเนินธุรกิจของโชคดีติ่มซำก็ได้รับผลกระทบบ้างเพราะไม่สามารถขยาย สาขาได้ตามเป้าหมาย แต่ในภาพรวมของธุรกิจยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและมีอัตราการเติบโต

“เดิมตั้งเป้าขยาย 6 สาขา แต่สามารถเปิดสาขาใหม่ได้ 4 สาขา อย่างไรก็ตามยังถือว่ามีการเติบโตที่ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อ อำนวยให้เกิดการลงทุนเท่าไรนัก แต่บริษัทก็ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อย ตัดสินใจลงทุนซื้อธุรกิจของแฟรนไชส์โชคดีติ่มซำ ซึ่งแต่ละสาขาใช้เงินลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท โดย ทั้ง 4 สาขาที่เปิดใหม่เป็นของ แฟรนไชซีทั้งหมด”
สำคัญ 1 ใน 4 สาขาที่เปิดใหม่นั้นเป็นการขยายสาขาในต่างจังหวัดเป็น ครั้งแรก จากเดิมที่เรามีข้อจำกัด สามารถขยายสาขาได้เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น

ธีร ภพกล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้มีการลงทุนสร้างครัวกลาง และมีระบบการผลิต การบริหารจัดการ และระบบโลจิสติกส์ที่ดี ทำให้บริษัทสามารถที่จะขยายงานขายแฟรนไชส์ไปในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ โดยตอนนี้ได้เริ่มแล้วที่จังหวัดขอนแก่น

และต่อจากนี้ไปก็จะมีการ ขยายสาขาไปในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้น อย่างล่าสุดที่อยู่ระหว่างติดต่อและดำเนินการก็มีที่ จ.อุดรธานี และโคราช เป็นต้น

สำหรับแผนธุรกิจในปีหน้า เจ้าของแฟรนไชส์ติ่มซำนึ่งสดกล่าวว่า ตั้งเป้าขยายสาขาประมาณ 6 สาขาเป็นอย่างน้อย โดยเล็งพื้นที่ไว้ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ๆ ส่วนการลงทุนอื่นๆ อาจจะต้องชะลอเพื่อรอดูสถานการณ์ข้างหน้าประกอบด้วย อีกทั้งในปีนี้ได้มีการลงทุนทำครัวกลางขนาดพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทไปแล้ว

“ผมมองว่าธุรกิจอาหารยัง สามารถสร้างให้มีการเติบโตได้ เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นธุรกิจอาหารที่มีรูปแบบ มีจุดขาย และเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ที่ผู้บริโภครู้จักและให้การยอมรับ ซึ่งเวลานี้โชคดี ติ่มซำได้ก้าวมาถึงจุดที่ผู้บริโภครู้จักและให้การยอมรับในระดับหนึ่งแล้ว โดยวัดได้จากความสนใจของนักลงทุนรายย่อยที่ยังสนใจและเข้ามาติดต่อสอบถามถึง รายละเอียดในการซื้อแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง”

ธีรภพกล่าวว่า แม้แนวโน้มสถานการณ์เศรษฐกิจจะไม่ดีก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ที่ดี มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จะสามารถอยู่ได้และเป็นที่ตอบรับสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่กำลังมองหาธุรกิจ เพื่อลงทุน ทั้งเพื่อเป็นอาชีพเสริมและอาชีพหลัก

“ทั้งนี้ โดยความหมายของการเป็นแฟรนไชส์ที่ดีก็คือ การเป็นธุรกิจที่เมื่อแฟรนไชซีตัดสินใจลงทุนไปแล้วประสบความสำเร็จและมีกำไร” นายธีรภพ กล่าวและว่า

เพื่อ ให้ธุรกิจของแฟรนไชส์แข็งแกร่งขึ้น ล่าสุดบริษัทได้ตั้งทีมที่ปรึกษาขึ้น เพื่อเข้าไปแนะนำให้คำปรึกษากับ แฟรนไชซีเป็นรายสาขาในเรื่องต่างๆ อาทิ การทำโลคอลมาร์เก็ตติ้ง การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นต้น

อ้างอิงจาก ประชาชาติธุรกิจ

“อีคอมเมิร์ช การค้ายุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ”

October 5th, 2009

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา “อีคอมเมิร์ช การค้ายุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ” ในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2551 ณ ห้องประชุม A ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เวลา 13.00 น. – 17.00 น.

ด้วยเครือข่ายผู้ประกอบการใหม่   ( NEC NETWORK )    กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
จะจัดการสัมมนา NEC FORUM ครั้งที่ 1 ขึ้น หัวข้อ  “อีคอมเมิร์ช การค้ายุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ”    ในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2551 ณ ห้องประชุม A ชั้น 6    อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เวลา 13.00 น. – 17.00 น. เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการทำธุรกิจผ่านอินเตอร์เน็ต และสร้างช่องทางการตลาดราคาประหยัด มีประสิทธิภาพ ตามยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการ ของเครือข่ายผู้ประกอบการใหม่ ทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิก ผู้ประกอบการและผู้สนใจ

ใน วันดังกล่าว ขอเชิญสมาชิกเครือข่ายที่ยังไม่ได้ถ่ายรูปสินค้าเพื่อทำแคตตาลอกโปรดนำ สินค้ามาถ่ายรูปด้วย  และหากสมาชิกท่านใด สนใจนำสินค้ามาประชาสัมพันธ์ กรุณาแจ้งมาพร้อมใบตอบรับ

จึงขอเรียนเชิญ สมาชิกเครือข่ายผู้ประกอบการใหม่ ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงานสัมมนา ในวันและเวลาดังกล่าว โดยแสดงความจำนงทางโทรสารหรืออีเมล์ กลับมา ภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551

นายศิวากร หังสพฤกษ์
ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการใหม่
โทร 081-8439715

กิจกรรมท่องเที่ยว

October 5th, 2009

นิตยสารโอกาสธุรกิจ&แฟรนไชส์ จัดกิจกรรมท่องเที่ยว “เส้นทางสายกาแฟ” เยี่ยมถิ่นผลิตกาแฟระดับโลก
สัมผัสวิถีชีวิต ชาวเขาผู้ผูกพันธ์กับไร่กาแฟ ท่ามกลางธรรมชาติกลางหุบเขาที่สวยงามบนดอยช้าง พร้อมจิบกาแฟพรีเมี่ยมรสเลิศอันดับโลก และชมกระบวนการผลิตกาแฟอย่างครบวงจร อีกทั้งเรียนรู้เส้นทางการเดินทางของกาแฟไทยสู่ตลาดโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทแฟรนไชส์ โฟกัส จำกัด โทร. 02-720-4821-5 , 089-121-2862 หรือ www.franchisefocus.co.th

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คุณเนรมิต แสนคำเพลิงใจ โทร. 089 – 121-2862

“คุมอง”ปลื้มยอดนักเรียนทะลุเกินเป้า

October 5th, 2009

คุ มอง เผย 9 เดือนยอดนักเรียนเพิ่ม 30% คาดสิ้นปีทะลุ 9 หมื่นคน ขยายศูนย์แฟรนไชส์ทั่วประเทศเพิ่มเป็น 420 แห่ง เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเปิดโอกาสให้เข้าทดลองเรียนฟรีทั่วประเทศกว่า 5 พันคน

นายพัธนะชัย กมลเนตร ผู้บริหารฝ่ายบริหารวางแผน สถาบันคุมอง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึงผลการดำเนินงานของคุมองในประเทศไทยช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาว่า มีอัตราการเติบโตของจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น 30%จากปีก่อน และมีศูนย์แฟรนไชส์คุมอง 420 แห่ง ซึ่งเติบโตถึง 20% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 416 แห่ง โดยศูนย์ใหม่จะเน้นเปิดในต่างจังหวัดมากกว่าในกรุงเทพฯ คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีนักเรียนมากกว่าเป้าหมาย 9 หมื่นคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 8.4 หมื่นคน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ระดับ 30% ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือของอินสตรักเตอร์คุมองทั่วประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและดูแลเด็กๆ เป็นรายบุคคลตลอดมา

ส่วน กิจกรรมตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทางศูนย์จะจัดแคมเปญกิจกรรมทดลองเรียนฟรีวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ทั่วประเทศมีโอกาสสัมผัสระบบของคุมอง โดยเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-มัธยมปลาย ระหว่างวันที่ 17-31 ตุลาคม โดยทางคุมองได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ บิลบอร์ด รถไฟฟ้าบีทีเอส ใบปลิว โปสเตอร์ ป้ายแบนเนอร์ และสื่อออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์คุมองให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และเพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักหลักสูตรคุมองในระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งขณะนี้ได้รับการตอบรับดีมากคาดว่าจะมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ครั้งนี้กว่า 5,000 คน นอกจากนี้คุมองยังมีแผนงานกำหนดเป้าหมายจำนวนศูนย์ที่จะเปิดสอนวิชาภาษาไทยจำนวน 40 ศูนย์ ภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย

ส่วน แนวโน้มการแข่งขันของการตลาดการศึกษาในปัจจุบันซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 8 พันล้านบาท และมีการแข่งขันสูงขึ้น เนื่องมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการทางการศึกษาของ บุตรหลานตั้งแต่วัยเด็กมากยิ่งขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีโรงเรียนกวดวิชาแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งแบรนด์ที่ก่อตั้งเองและแบรนด์จากต่างประเทศ ทำให้การแข่งขันจะเน้นที่การเสริมสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและผลของการ เรียน ขณะที่คุมองไม่ใช่โรงเรียนกวดวิชาแต่จะเน้นการพัฒนากำลังในการเรียนรู้ของ เด็กซึ่งเป็นประโยชน์ในระยะยาว ทำให้ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นขณะนี้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสถาบัน ซึ่งปีนี้ได้ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 50 และมีนักเรียนทั่วโลกกว่า 4 ล้านคนใน 45 ประเทศ

เชสเตอร์กริลล์โหมกลุ่มวัยรุ่นชูสปอนเซอร์ชิป-อีก2ลุยตปท.

October 5th, 2009

แย้ม เตรียมรีเฟรชแบรนด์และสโลแกนใหม่ปีหน้า จับทางเป็นสปอนเซอร์ชิปร่วม ผุดเมนูใหม่หมุนเวียนปีละ 5 เมนู ปรับตัวรับต้นทุนพุ่ง มั่นใจรายได้โตตามเป้า 20% สิ้นปีทะลุ 1,200 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ ทรงพัฒนะโยธิน รองกรรมการผู้จัดการ ด้านปฏิบัติการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ในคเครือซีพี เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นมากอย่างจริงจัง จากเดิมที่เป็นกลุ่มครอบครัว ซึ่งปีนี้ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท จากเดิมปีก่อนใช้เพียง 40 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่การปรับผังองค์กรภายในใหม่ รวมถึงการวางแผนการทำตลาดให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวเมนูใหม่หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5 รายการในปีนี้ ซึ่งแต่ละเมนูจะพยายามให้สามารถรับประทานในเวลาใดก็ได้ในรูปแบบคล้ายๆสแน็ก จากเดิมเมนูของทางเชสเตอร์ กริลล์จะเป็นเมนูหลัก ส่วนแผนโฆษณาปีนี้จะมีภาพยนตร์โฆษณาที่รุกไปทางกลุ่มวัยรุ่นมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของร้าน ปีนี้ทางบริษัทฯได้มีการรีโนเวตใหม่ 5 สาขา เพิ่มความเป็นเทรนด์ดี้ สดใสมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ซีคอนสแควร์, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่อีก 2 สาขา แต่ละสาขาใช้งบประมาณกว่า 2-3 ล้านบาท ปีหน้าจะรีโนเวตอีก 5 สาขา ขณะที่การขยายสาขาในปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 20 สาขา เท่ากับในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแฟรนไชส์ โดยมีค่าแฟรนไชส์ที่ 5 ล้านบาท จากปัจจุบันเชสเตอร์ กริลล์ เปิดให้บริการ 145 สาขา สิ้นปีจะเปิดให้ครบ 150 สาขา แบ่งเป็นแฟรนไชส์ 60% และลงทุนเอง 40%

อย่าง ไรก็ตามแผนการขยายสาขาไปต่างประเทศ เบื้องต้นคงจะเป็นประเทศในแถบอินโดจีนอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งมีผู้ประกอบการท้องถิ่นติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์บ้างแล้ว ทั้งนี้บริษัทฯมองว่าอีก 2 ปีหลังจากนี้จึงจะเริ่มบุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ระหว่างนี้ขอศึกษาความเป็นไปได้และประสิทธิภาพในด้านต่างๆก่อน ส่วนการขยายสาขานั้น มองไว้ประเทศละ ไม่เกิน 3-5 สาขาใน 2 ปีแรกที่เข้าไปเปิดให้บริการ

ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เชสเตอร์ กริลล์ มีรายได้กว่า 900 ล้านบาท สิ้นปีคาดว่าจะทำได้ตามเป้าที่วางไว้ คือ 1,200 ล้านบาท โดยภาพรวมปีนี้ ถือว่ายอดขายยังดีอยู่ ยกเว้นในเดือนม.ค.-ก.พ.เท่านั้น ที่ร่วมไว้อาลัย อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทฯมีการปรับราคาสินค้าเพียงครั้งเดียว เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ประมาณ 5% ต่อเมนู พร้อมทั้งมีการปรับองค์กรภายใน เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น 15-20%จากราคาน้ำมันเป็นหลัก

นายอำนาจ กัลยาณคุณาวุฒิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า แผนขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มวัยรุ่น ที่เริ่มให้การตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากแผนการเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ชิปให้กับภาพยนตร์เรื่อง “บุญชู9 ไอเลิฟสระอู” ซึ่งเราใช้งบประมาณไปประมาณ 5-6 ล้านบาท แต่การตอบรับกลับมาค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นยอดขายใน 2 เดือนที่ผ่านมา สูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน 18%

ในปีหน้า บริษัทฯเตรียมงบประมาณไว้ใกล้เคียงกับปีนี้ ในการทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากยิ่ง พร้อมแผนการเป็นสปอนเซอร์ชิฟ ที่ต้องมีทาร์เก็ตเป็นกลุ่มวัยรุ่นด้วย โดยอาจจะเป็นภาพยนตร์หรือด้านมิวสิคในเครือแกรมมี่ รวมไปถึงการปรับโฉมแบรนด์สินค้าให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนสโลแกนให้เข้ากับทาร์เก็ตใหม่ต่อไป

ที่มา : ผู้จัดการรายเดือน

เศรษฐกิจซบ โกซัน ปรับแผนดันยอด 300 ล้าน

October 5th, 2009

เศรษฐกิจซบ โกซัน ปรับแผนเร่งหา “Gosun Outlet Partner” ดันยอด 300 ล้าน

บริษัท โกซันโอเค จำกัด เผยสถานการณ์เศณษฐกิจปัจจุบันส่งผลกระทบต่อธุรกิจแฟรนไชส์ ข้าวมันไก่ ชะลอการเปิดสาขาเหลือเพียง 5 รายต่อเดือน พร้อมปรับแผนเร่งหาพันธมิตรร่วมเปิด “โกซัน เอ้าท์เล็ต พาร์ทเนอร์” จำหน่ายอาหารพร้อมปรุง สินค้าส่งออกราคาคนไทย หวังดันยอดปลายปี 300 ล้าน

งาน Better Shop Retail Show

October 5th, 2009

งานแสดงสินค้า และบริการธุรกิจค้าปลีกเพื่อเพิ่มยอดขาย สู่โอกาสในการสรรหาสินค้าใหม่และบริการใหม่ๆ ที่เสริมศักยภาพของธุรกิจค้าปลีก
เอก พล  เทียนสมประสงค์ ฝ่ายบริหารการตลาด บริษัท ไทยมาร์ท สโตร์ จำกัด ศูนย์ค้าส่ง ที่รวบรวมสินค้าอุปโภคบริโภคย่านสำเพ็ง ในรูปแบบ Outlet Store  ภายใต้คอนเซ็ปท์ สเปเชียลตี้ โลว์คอสต์ สโตร์ ได้เข้าร่วมงานBetter Shop  Retail Show ครั้งที่ 2 โซน ซัพพลายสินค้า ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2552 ณ ฮอล์ล 2 ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อจำหน่ายสินค้าส่ง ให้กับธุรกิจค้าปลีก และสร้างความรู้จักให้กับศูนย์ค้าส่งรูปแบบใหม่ด้วย

หมาย เหตุ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์งาน Better Shop Retail Show, PR Focus Co.,Ltd.โทร. 02-720-4821-5,086-341-2973คุณสุดารัตน์

แฟรนไชส์ Wizard (วิซาร์ด)ศูนย์ล้างรถอัตโนมัติ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ

October 5th, 2009

แฟรน ไชส์ Wizard (วิซาร์ด)ศูนย์ล้างรถอัตโนมัติ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ซื้อประกันภัยรถยนต์ ของเอเชียประกันภัย ชั้น 1 ,2 ,3 พลัส ผ่อน 0% สูงสุดนาน 6 เดือน
นายไชยะ สุริยาพรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีอาร์ โปรดักส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (คนกลาง) เจ้าของลิขสิทธิ์ แฟรนไชส์ Wizard (วิซาร์ด) ศูนย์ล้างรถอัตโนมัติ ที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย จับมือกับ นายณรงค์ แพพิมพารัตน์ ผู้อำนวยการภาค บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (ที่ 2 จากขาว) จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ซื้อประกันภัยรถยนต์ ของเอเชียประกันภัย ชั้น 1 ,2 ,3 พลัส ที่ศูนย์บริการ Wizard (วิซาร์ด) ทุกสาขาวันนี้ ผ่อน 0% สูงสุดนาน 6 เดือน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เครื่องหมายผู้ประกอบการแฟรนไชส์ [Franchise Identification Mark - FIM]

October 5th, 2009

สมา คมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย (Franchise Business and Thai SMEs Association-FSA) ได้ประกาศใช้เครื่องหมายแสดงสถานะผู้ประกอบการในธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise Identification Mark-FIM) เพื่อแสดงความมีตัวตนของผู้ประกอบการในธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อแสดงว่าผู้ใช้เครื่องหมายดังกล่าว เป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้ความสามารถในการประกอบธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ใน ระดับดี
สมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย (Franchise Business and Thai SMEs Association-FSA)

ได้ ประกาศใช้เครื่องหมายแสดงสถานะผู้ประกอบการในธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise Identification Mark-FIM) เพื่อแสดงความมีตัวตนของผู้ประกอบการในธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อแสดงว่าผู้ใช้เครื่องหมายดังกล่าว เป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้ความสามารถในการประกอบธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ใน ระดับดี

ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายต้องแสดงให้เป็นที่ ประจักษ์ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการประกอบธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ และปฎิบัติตามกฎ ระเบียบ และเงื่อนไขที่สมาคมฯ กำหนด ต้องให้เครื่องหมายในลักษณะ สร้างสรรค์ต่อธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องไม่ใช้เครื่องหมายในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อ ธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องหมายผู้ประกอบการฯ และสมาคมฯ อีกทั้งผู้ได้รับอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้เครื่องหมาย

สมาคมฯ มีสิทธิเปิดเผยรายละเอียดของธุรกิจ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการธุรกิจ ของผู้ได้รับอนุญาตต่อทางราชการ ต่อสาธารณชน หรือผู้สนใจในธุรกิจของผู้ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ตามระเบียบที่สมาคมฯ กำหนด รวมทั้งมีอำนาจเรียกผู้ได้รับอนุญาตให้มาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำต่อสมาคมฯ ในกรณีมีการร้องเรียนว่าผู้ได้รับอนุญาตมีพฤติกรรมที่อาจสร้างความเสื่อม เสียต่อธุรกิจแฟรนไชส์โดยรวม หรือทำให้เสื่อมเสียต่อเครื่องหมายที่ได้รับอนุญาต หรือต่อชื่อเสียง หรือภาพพจน์ของสมาคมฯ

ชื่อเครื่องหมาย : เครื่องหมายผู้ประกอบการแฟรนไชส์ [Franchise Identification Mark – FIM]

วัตถุประสงค์ของเครื่องหมาย
เพื่อแสดงว่าผู้ใช้เครื่องหมายเป็นผู้ประกอบการภายใต้ระบบแฟรนไชส์และมีความรู้ความเข้าใจในระบบแฟรนไชส์เป็นอย่างดี

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมาย
1. เป็นผู้ประกอบการธุรกิจระบบแฟรนไชส์
2. เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจการประกอบธุรกิจภายใต้ระบบแฟรนไชส์เป็นอย่างดี
3. เป็นสมาชิกสามัญของสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย

เงื่อนไขการขอใช้เครื่องหมาย
1. มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบที่สมาคมฯ กำหนด
2. ยื่นความประสงค์ขอใช้เครื่องหมายตามรูปแบบและวิธีการที่สมาคมฯ กำหนด
3. ได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในการประกอบธุรกิจภายใต้ระบบแฟรนไชส์เป็นอย่างดี
4. ชำระค่าธรรมเนียมการใช้เครื่องหมายตามอัตราที่สมาคมฯ กำหนด
5. ยินยอมปฎิบัติตามกฎ ระเบียบ และเงื่อนไขการใช้เครื่องหมายตามที่