SMEs น่ารู้

October 1st, 2011 by admin No comments »
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises = SMEs) เป็นธุรกิจที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ผู้ประกอบการส่วนมากประกอบการในรูปของบุคคลธรรมดา  คณะ บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือกิจการร่วมค้า ซึ่งจะประกอบธุรกิจขายสินค้า ผลิตสินค้า หรือให้บริการ ทุกธุรกิจจะเกี่ยวข้องกับหน้าที่ทางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร
การ กำหนดลักษณะ SMEs หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยมักจะใช้กำหนดลักษณะตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดจำนวนการจ้างงาน และมูลค่าสินทรัพย์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2545

สำหรับกรมสรรพากร ประมวลรัษฎากรไม่ได้มีคำนิยาม SMEs ไว้ว่ามีลักษณะอย่างไร แต่ได้อาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากรออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจ SMEs เช่น ลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่ง เป็นต้น

กำหนดลักษณะธุรกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543 และกำหนดลักษณะธุรกิจตามประมวลรัษฎากร สรุปได้ดังนี้
1. กำหนดลักษณะธุรกิจ SMEs ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543

ตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรม กำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2545 อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543 ได้กำหนดลักษณะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
space
ลักษณะวิสาหกิจ
จำนวนการจ้างงาน
(คน)
จำนวนสินทรัพย์ถาวร
(ล้านบาท)
ขนาดย่อม
ขนาดกลาง
ขนาดย่อม
ขนาดกลาง
กิจการผลิตสินค้า
ไม่เกิน 50
51-200
ไม่เกิน 50
51-200
กิจการค้าส่ง
กิจการค้าปลีก
ไม่เกิน 25
ไม่เกิน 15
26-50
16-30
ไม่เกิน 50
ไม่เกิน 30
51-100
31-600
กิจการให้บริการ
ไม่เกิน 50
51-200
ไม่เกิน 50
51-200
space
* ในกรณีที่จำนวนการจ้างงานของกิจการใดเข้าลักษณะของวิสาหกิจขนาดย่อม แต่มูลค่าสินทรัพย์ถาวรเข้าลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางหรือมีจำนวนการจ้างงาน เข้าลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลาง แต่มูลค่าสินทรัพย์ถาวรเข้าลักษณะของวิสาหกิจขนาดย่อม ให้ถือจำนวนการจ้างงานหรือมูลค่าสินทรัพย์ถาวรที่น้อยกว่าเป็นเกณฑ์การ พิจารณา
2. กำหนดลักษณะธุรกิจที่กรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากรออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

ประมวลรัษฎากรได้กำหนดลักษณะของธุรกิจที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยธุรกิจต้องมีลักษณะ ดังนี้
space
ลำดับที่
ลักษณะ
1.
เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของ
รอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท
2.
เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาท
และจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน
3.
เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่นำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
MAI
4.
เป็น VC (Venture Capital) ที่ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์
ถาวร ไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน
5.
เป็นกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่มีรายรับไม่เกิน 1.8
ล้านบาทต่อปีหรือต่อรอบระยะเวลาบัญชี ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
space
* การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะกำหนดหลักเกณฑ์ธุรกิจ SMEs ลักษณะใดลักษณะหนึ่งในการให้สิทธิประโยชน์นั้น ๆ เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของ รอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิ 150,000 บาทแรก หรือบริษัทฯ ที่มีแรงงานไม่เกิน 200 คน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคา ในอัตราเร่ง เป็นต้น

ดังนั้น บริษัทใดที่เข้าหลักเกณฑ์ธุรกิจ SMEs หลายลักษณะก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากขึ้นตามลักษณะนั้นๆ

space
รูปแบบธุรกิจ SMEs
การประกอบธุรกิจต่าง ๆ อาจจะกระทำตั้งแต่คนเดียวขึ้นไป หากมีหุ้นส่วนร่วมกันหลายคน ก็มักจัดตั้งในรูปของนิติบุคคลรูปแบบธุรกิจมีลักษณะแตกต่างกัน ปรากฏดังตารางสรุป
ตารางสรุปรูปแบบธุรกิจ
space

ลำดับที่
รูปแบบ
ลักษณะ
1
บุคคลธรรมดา
บุคคลทั่วไปที่มีชีวิตอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(มาตรา15)
2
คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงเข้ากันเพื่อการทำกิจการร่วมกัน
โดยไม่มีวัตถุประสงค์แบ่งปันกำไรที่ได้จากกิจการที่ทำ
(หน่วยภาษีตามมาตรา 56แห่งประมวลรัษฎากร)
3
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่
นิติบุคคล
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงเข้ากันเพื่อการทำกิจการร่วมกัน
โดยมีวัตถุประสงค์แบ่งปันกำไรที่ได้จากกิจการที่ทำ
(หน่วยภาษีตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร)
4
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนนิติบุคคล
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน
โดยหุ้นส่วนทุกคนไม่จำกัดความรับผิดและต้องจดทะเบียน
เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
5
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน
หุ้นส่วนมีทั้งที่จำกัดความรับผิดและไม่จำกัดความ รับผิดและต้อง
จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
6
บริษัทจำกัด
บุคคลตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป มาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้น
รับผิดในหนี้ต่าง ๆ ไม่เกินจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนลงทุน
และต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์
7
บริษัทมหาชนจำกัด
บริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยความประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นต่อ
ประชาชนให้ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัด ไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้น
ที่ต้องชำระ และบริษัทดังกล่าวได้ระบุความประสงค์เช่นนั้นไว้
ในหนังสือบริคณห์สนธิ (มาตรา 15 พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด)
8
กิจการร่วมค้า
กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางการค้าหรือหากำไรระหว่าง
บริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับ
บุคคลธรรมดาคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ
หรือนิติบุคคลอื่น
- เป็นนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร (มาตรา 39)
9
นิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
ต่างประเทศ
10
กิจการที่ดำเนินการค้า
หรือหากำไรโดยรัฐบาลต่างประเทศ
หรือองค์การของรัฐบาลต่างประเทศ
เป็นกิจการของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การของรัฐบาล
ต่างประเทศ มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม
ประมวลรัษฎากร
เป็นนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร (มาตรา 39)
11
มูลนิธิหรือสมาคม
เป็นนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรและมีหน้าที่เสียภาษี
เงินได้นิติบุคคลแต่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ถ้าเป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การคลังประกาศให้เป็นองค์การสาธารณะกุศล

การคุ้มครองผู้บริโภค

October 1st, 2011 by admin No comments »
ในส่วนของนักลงทุน SMEs ต้องได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มักจะเน้นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องแรกที่ถูกกระทบอย่างแรง คือ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนี้ บัญญัติให้ผู้ประกอบการต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าสินค้าของตนมีคุณภาพ มาตรฐานไม่ได้เป็นอันตรายจนก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้บริโภค เป็นการบังคับให้เราต้องไปอ้างอิงกับ สำนักงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม และอีกสารพัดสายงาน
แน่ นอนว่าท่านจะผลิตสินค้าให้ผ่านมาตรฐานตามที่ได้ว่ามานั้น ต้องเจอกับสารพัดปัญหา แต่หากท่านผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่าย หากเกิดปัญหาผู้บริโภคเกิดหัวหมอ ท่านอาจจะต้องลำบากเพราะสินค้าไม่มาตรฐานผู้บริโภคฟ้องท่านเป็นจำเลย ท่านก็ไม่สามารถนำหลักฐานมาพิสูจน์ เพราะภาระการพิสูจน์ในศาลตกลงเป็นภาระของท่านเป็นไปตามกฎหมายไม่มีผู้ใด กลั่นแกล้งท่าน หากเป็นต่างประเทศต้องปิดกิจการทีเดียว หากทำให้ผู้บริโภคถึงชีวิตท่านอาจมีสิทธิโดนลงโทษในสถานสูงสุดได้
เพราะฉะนั้นท่านผู้ผลิตต้องระมัดระวัง ส่วนผู้จำหน่ายท่านก็ต้องระวังไว้เหมือนกัน การจำหน่ายสินค้าหากไม่ได้มาตรฐาน ท่านจำหน่ายได้แต่ท่านจะต้องรู้แหล่งผลิตสินค้าให้ได้ หากท่านไม่รู้ท่านเองจำต้องรับผิดเยี่ยงผู้ผลิตสินค้ากันเลยทีเดียว เรื่องการพิสูจน์คุณภาพสินค้าไม่ต้องมาแสดงอะไรกันอีกเพราะไม่มีอะไรแสดง สินค้าที่มีผู้นำเข้ามาจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน ต้องระวังให้มาก เราไม่มีทางนำผู้ผลิตจากต่างประเทศมาลงโทษได้
แต่ ถึงยังไงมันก็ยังมีข้อยกเว้นเป็นประเด็นสำคัญเหมือนกันเกี่ยวกับความรับผิด ชอบต่อสินค้าเหล่านั้น ที่ท่านนักลงทุนผลิต หากว่าผู้บริโภคทราบแล้วว่าเป็นอันตรายแต่ยังนำไปบริโภคอีก ท่านผู้ผลิตก็อาจจะพ้นความผิดไปได้ แต่อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครอยากให้สินค้าที่ผลิตต้องมาถูกดำเนินคดี อีกอย่างการพิสูจน์มันมีกระบานการบางครั้งยากต่อการปฏิบัติให้เห็นจริง ดังนั้นควรป้องกันไว้จะดีกว่าครับ

วิธีสร้างรายได้ จากรายจ่ายประจำเดือน

July 19th, 2011 by admin No comments »

วิธีสร้างรายได้ 98,300บาทต่อเดือน กับ 24 Payturn

24Payturn.com เป็นระบบเว็บไซต์เคาท์เตอร์เซอรวิส ให้บริการการชำระค่าสาธารณูปโภค อาทิเช่น ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต และบัตรเครดิต เป็นต้น โดยจุดเด่นของระบบ 24Payturn.com คือ การที่คุณสร้างสามารถสร้างเครือข่าย ผู้รับชำระค่าบริการต่างๆ ผ่านทางระบบอินทเอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวก รวดเร็ว นอกจากนั้น สำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นนักการตลาดขยายงานบริการเคาท์เตอร์เซอรวิส 24Payturn.com

ก็ยังสามารถที่จะสร้างรายได้ สูงสุดต่อเดือนได้ถึง 98,300 บาท ได้อย่างไม่ยากย็น ผ่านระบบสนับสนุน ของ http://www.totrustme.com

“คุณกล้าใช้เงิน 350 บาท แลกกับโอกาสที่จะได้เงิน 98,300 บาทต่อเดือนหรือเปล่าครับ”

ถ้าคุณกล้า เรามาเริ่มกันเลยครับ

คุณสามารถเลือกที่จะดูวีดีโอคลิป แนะนำ ที่ http://www.totrustme.com

หรือ

อ่านบทความด้านล่างนี้คร้บ

vdo1 1 วิธีสร้างรายได้ 98,300บาทต่อเดือน กับ 24 Payturn

เริ่มจาก…คุณสมัครเปิดบัญชีกับ 24payturn 1 บัญชี มีค่าใช้จ่าย 350 บาท    และมีค่าบริการรายเดือน เดือนละ 100 บาทตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป   เงื่อนไขในการที่คุณจะมีรายได้ 98,300 บาทต่อเดือน มีอยู่ 1 ข้อเท่านั้น…คือ…

** ภายในเดือนแรก   คุณแนะนำคน 3 คน มาเปิดบัญชีเหมือนกับคุณ** (ไม่ต้องแนะนำทุกเดือนนะครับ แค่เดือนแรกเดือนเดียวครับ และผม..เตรียมวิธีแนะนำคน 3 คนไว้ให้คุณแล้ว) เมื่อคุณได้ครบ 3 คน  เป็นอันเสร็จหน้าที่ของคุณ  ต่อจากนี้…คุณก็รอรับเงินอย่างเดียว และตั้งแต่เดือนที่ 9 เป็นต้นไป  คุณจะมีรายได้ 98,300 บาทต่อเดือนไปตลอด

พิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง มาดูกันครับว่า 98,300 บาทต่อเดือนของคุณมาอย่างไร

เดือนที่ 1 24payturn บอกว่า เมื่อคุณแนะนำคนมาร่วมเปิดบัญชีกับคุณได้  ทันทีที่คนๆนั้นชำระค่าธรรมเนียมในการเปิดบัญชี 350 บาท    24payturn จะจ่ายผลตอบแทนค่าขยายการตลาดให้คุณ 150 บาท และจ่ายให้คุณทันทีเช่นกัน เพราะฉะนั้นในเดือนที่ 1 คุณทำตามเงื่อนไขข้อเดียวของเรา คือ  แนะนำได้ 3 คน 24payturn ก็จะจ่ายผลตอบแทนค่าขยายการตลาดให้คุณ คือ 450 บาท คุณเก็บขึ้นมา 350 บาท เหลือไว้ 100 บาท  เป็นค่าบริการในเดือนถัดไป  จากเงื่อนไขข้อเดียวที่คุณทำ  แสดงว่าคุณได้ทุนคืนมาเรียบร้อยแล้วและเป็นอันเสร็จหน้าที่ของคุณ ต่อจากนี้…คุณก็รอรับเงินอย่างเดียว และตั้งแต่เดือนที่ 9 เป็นต้นไป  คุณจะมีรายได้ 98,300 บาทต่อเดือนไปตลอด

เดือนที่ 2 เป็นหน้าที่ของ 3 คนที่คุณแนะนำมาในเดือนแรก ที่จะต้องทำตามเงื่อนไขข้อเดียวของเรา การที่ 3 คนนั้นตัดสินใจเข้าร่วมสร้างรายได้กับคุณ แสดงว่าทั้ง 3 คนยอมรับ  และพร้อมจะทำตามเงื่อนไขข้อเดียวของเรา เช่นเดียวกันกับคุณ เพราะฉะนั้น ในเดือนที่ 2 นี้ คุณจะมีคนเพิ่มเข้ามาใหม่เป็น 9 คน  24payturnบอกว่า 9 คนนี้เป็นคนที่คุณไม่ได้แนะนำเอง 24payturn จะจ่ายให้ 20 บาทต่อคน  เพราะฉะนั้นในเดือนที่ 2 คุณจะมีรายได้ที่เกิดจาก 9 คนที่เข้ามาใหม่คือ 180 บาท คุณเก็บขึ้นมา 80 บาท เหลือไว้ 100 บาทเป็นค่าใช้บริการในเดือนถัดไป

เดือนที่ 3 ทุกคนที่เข้าร่วมวิธีสร้างรายได้กับเรา ทุกคนรับทราบและยอมรับถึงเงื่อนไขข้อเดียวของเรา  ซึ่งเป็นเงื่อนไขง่ายๆที่ทุกคนสามารถทำได้ เพราะฉะนั้น ในเดือนที่ 3 คุณจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 27 คน ในเดือนที่ 3 นี้คุณจะมีรายได้ที่เกิดจาก 27 คนคือ 540 บาท คุณเก็บขึ้นมา 440 บาท เหลือไว้ 100 บาท เป็นค่าใช้บริการเดือนถัดไป

เดือนที่ 4-8 คุณจะมีรายได้ตามนี้

เดือนที่           สมาชิกใหม่            รายได้ของคุณ(-100 บาท เป็นค่าใช้บริการในเดือนถัดไป)

4                   81                                        1,620 – 100   =        1,520

5                  243                                      4,860 – 100   =        4,760

6                  729                                     14,580 – 100   =      14,480

7               2,187                                   43,740 – 100   =      43,640

8               6,561                                    131,220 – 100   =     131,120

เดือนที่ 9 มาถึงเดือนที่ 9   24payturn บอกว่าตั้งแต่เดือนที่ 9 เป็นต้นไป 24payturn ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนค่าขยายตลาดในการที่คุณมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก ได้อีกต่อไป 24payturn จ่ายให้คุณได้ถึงแค่เดือนที่ 8 เท่านั้น เพราะฉะนั้น ตั้งแต่เดือนที่ 9 เป็นต้นไป  ไม่ว่าจะมีใครมาสมัครเพิ่ม  คุณจะไม่ได้ 20 บาทต่อคนอีกแล้ว แต่..ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีรายได้เกิดขึ้นอีก เพราะคุณจะมีรายได้จากค่ารักษาบริการรายเดือนของคนทั้งหมด ตั้งแต่เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 8 รวมสมาชิกทั้งหมดของคุณตั้งแต่เดือนที่1-8 คือ 3 + 9 + 27 + 81 + 243 + 729 + 2,187 + 6,561 =9,840คน  เมื่อ 9,840 คน ชำระค่าบริการรายเดือน 100 บาท 24payturn จะจ่ายค่าตอบแทนจากการชำระค่าบริการรายเดือนให้คุณ 10 บาทต่อคน เพราะฉะนั้นตั้งแต่เดือนที่ 9 เป็นต้นไปคุณจะมีรายได้เท่ากับ 9,840 x 10 = 98,400 บาท ไปทุกๆเดือน และเช่นเคย คุณเก็บขึ้นมา 98,300 บาทเหลือไว้ 100 บาท ไว้เป็นค่าบริการในเดือนถัดไป

vdo2 1 วิธีสร้างรายได้ 98,300บาทต่อเดือน กับ 24 Payturn

24payturn จ่ายให้คุณได้อย่างไร 24payturn เอาที่ไหนมาจ่าย 24payturn ได้อะไรที่ทำแบบนี้

24payturn คำนวณไว้เรียบร้อยแล้วและจ่ายให้คุณได้แน่นอน 24payturn จ่ายแบบนี้ครับ

คุณดูตามรูปด้านซ้ายประกอบ   เมื่อ H ชำระค่าเปิดบัญชี 350 บาท  G ซึ่งเป็นผู้ แนะนำจะได้ 150 บาท ส่วน  A B C D E F และ คุณได้คนล่ะ 20 บาท แสดงว่าจากค่าเปิดบัญชี 350 บาทของ H 24payturn จ่ายให้ A B C D E F G H และคุณเป็น เงิน 290 บาท 24payturn เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่สมาชิก 60 บาท

เมื่อ H ชำระค่าบริการรายเดือน 100 บาท  A B C D E F G และคุณได้คนล่ะ 10 บาท   แสดงว่าจากค่าบริการรายเดือน 100 บาทของ H 24payturn จ่ายให้  A B C D E F G และ คุณ เป็นเงิน 80 บาท 24payturn เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการให้บริการแก่สมาชิก 20 บาท

จากที่คุณเห็น 24payturn จ่ายให้คุณได้แน่นอน 24payturn รับค่าบริการมาก่อนจึงจ่ายออกไป24payturn นำค่าใช้บริการของคนข้างล่างจ่ายขึ้นข้างบนไป 8 ชั้น   และคุณก็จะมีรายได้จากคนที่อยู่ใต้คุณลงไป 8 ชั้น นั่นก็คือ 9,840 คน แสดงว่าคุณ และทุกคนสามารถสร้างรายได้ถึงเกือบหลักแสนต่อเดือน  โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง      ครั้งเดียว 350 บาทเท่านั้น….ย้ำอีกครั้ง 350 บาทครั้งเดียวเท่านั้น!!!!

และทั้งหมดนี้…คือที่มาของ 98,300 บาทต่อเดือนของคุณ

จริงๆแล้ว 24payturn ทำอะไร

24payturn เป็นธุรกิจในเครือ  ของ บริษัท เดอะ เพาเวอร์ สเตชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท  จดทะเบียนตั้งแต่ พ.ศ. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท และจดทะเบียนบริการ  กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  กระทรวงพาณิชย์  ถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ   เช่น   ค่าน้ำ  ค่าไฟ   ค่าโทรศัพท์บ้าน  โทรศัพท์มือถือ  ค่าบัตรเครดิต   เป็นต้น    โดยทำรายการผ่านระบบอินเตอร์เน็ต  ซึ่งเพิ่มความสะดวก สบาย  และลดค่าใช้จ่ายในหลายๆรายการ

คุณสามารถสร้างรายได้จาก 24payturn ได้ 2 ทางคือ

1  ส่วนลดจากยอดฝากชำระรายการต่างๆตามที่ 24payturn กำหนด

2  รายได้จากการช่วย 24payturn ขยายการตลาด

ทำไม..ผมจึงไม่แนะนำคุณว่า 24payturn คือบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคตั้งแต่แรก เพราะถ้าผมแนะนำคุณโดยการใช้วิธีการสร้างรายได้จากการรับชำระค่า สาธารณูปโภค  เป็นตัวนำ    คุณจะให้ความสำคัญของ การรับชำระค่าสาธารณูปโภค มากกว่าวิธีการสร้างรายได้จากการขยายการตลาด คุณอาจจะมองว่า ส่วนลดที่ได้มันจะคุ้มหรือไม่  กับการที่คุณจะเปิดใช้บริการ 350 บาท  และต้องเสียค่ารายเดือน เดือนล่ะ 100 บาททุกเดือน จนลืมมองไปว่า มีวิธีที่สร้างความคุ้มค่าที่มากกว่าและง่ายกว่า  นั่นก็คือ……การช่วย 24payturn ขยายการตลาดนั่นเอง

B10680088 0 วิธีสร้างรายได้ 98,300บาทต่อเดือน กับ 24 Payturn

หากคุณมีข้อสงสัย ศึกษา หรือหาข้อมูลเพิ่มเติม ต่าง ๆ

รวมทั้ง สมัคร สร้างรายได้ 98,300 บาทต่อเดือนของคุณได้ที่

เว็บไซต์ 24paytrun : http://www.totrustme.com

คุณสามารถดูคลิปวีดีโอเพิ่มเติมได้ที่

http://www.totrustme.com

หรือติดต่อโดยตรงที่

E-mail : yutcmri@yahoo.com

Tel : 0898107464 ais

ศึกษาโครงการ การลงทุนและเปิดตลาดภาคกลางเวียดนาม ระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม – 16 ตุลาคม 2552

October 12th, 2009 by franchise No comments »

นิตยสาร SME Thailand ร่วมกับ ศูนย์เวียดนามเซ็นเตอร์ ขอเชิญผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมศึกษาโครงการ การลงทุนและเปิดตลาดภาคกลางเวียดนาม ระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม – 16 ตุลาคม 2552 (5 วัน 4 คืน)กรุงเทพ – ดานัง – โฮยอาน – โฮจิมินห์ – กรุงเทพ มีค่าใช้จ่าย

นิตยสาร  SME Thailand ร่วมกับ  ศูนย์เวียดนามเซ็นเตอร์ จะพาท่านไปศึกษาการลงทุนและการขยายตลาดที่นครดานัง ประเทศเวียดนาม เมืองตอนกลางของประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก งานนี้คุณจะได้พบกับผู้บริหารของนครดานังและผู้อำนวยการส่งเสริมการลงทุนของ นครดานัง  อีกทั้งยังได้เยี่ยมชมท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นิคมอุตสาหกรรม และตลาดค้าปลีกของนครดานัง อีกทั้งยังได้พักผ่อนและชื่นชมทัศนียภาพของเมืองโฮยอาน เมืองเก่าแก่สวยงามของเวียดนาม ร่วมเดินทางไปกับนิตยสาร  SME Thailand วันที่ 12-16 ตุลาคมนี้ (รับจำนวนจำกัด) สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 081-4422688 , 081-3092333

***************************

“ลู่ทางการลงทุนและเปิดตลาดภาคกลางเวียดนาม”
กำหนดการ  ระหว่างวันที่  12 ตุลาคม – 16 ตุลาคม 2552 (5 วัน 4 คืน)
กรุงเทพ – ดานัง – โฮยอาน – โฮจิมินห์ – กรุงเทพ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2552        กรุงเทพ – โฮจิมินห์ – ดานัง

12.30 น.   คณะพร้อมที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 แถว L  เคาน์เตอร์แอร์ไลน์เวียดนาม โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่าน

15.210 น. ออกเดินทางสู่นครโฮจิมินห์ เมืองเอกของเวียดนามตอนใต้ เป็นเมืองเอกทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ด้วย สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ VN 851 : 15.10 – 16.40 น.

16.40 น.   ถึงสนามบิน เติน เซิน เญิ๊ต (Tan Son Nhat) นครโฮจิมินห์ ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่นำทุกท่านต่อเครื่องไปยังนครดานัง ที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ

20.00 น.   เหิรฟ้าอีกครั้ง เพื่อต่อไปยังนครดานัง ซึ่งเป็นเมืองเอกของภาคกลางเวียดนาม (นครดานังอบู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ ประมาณ 900 กิโลเมตร ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง) ด้วยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ VN 3288 : 20.00 – 21.10 น.

21.10 น.   เดินทางถึงสนามบินนครดานัง รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Saigontourane โรงแรม 3 ดาว ริมแม่น้ำซงฮาน (Sang Han River)  ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลนครดานัง

- รับประทานอาหารค่ำสไลต์เฝอเวียดนาม ที่ร้าน “Pho 24”

- พักผ่อนที่โรงแรม Saigonyourane

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2552    “ลู่ทางการลงทุนและเปิดตลาดภาคกลางเวียดนาม”    ณ Saigontourane Hotel นครดานัง

07.30 น.   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

09.00 น.   “ลู่ทางการลงทุนและเปิดตลาดภาคกลางเวียดนาม” ณ Saigontourane Hotel โดยมีรายละเอียดดังนี้

09.00 – 09.15 น. Mr.Tran Van Ninh ประธานคณะกรรมการประชาชนนครดานัง กล่าวต้อนรับคณะที่ได้

สละเวลาเดินทางมาศึกษาตลาดภาคกลางเวียดนามในครั้งนี้ และคณะเดินทางมอบของที่ระลึก

09.20 – 10.10 น. Mr.Lam Quang Minh ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการลุงทุนนครดานัง บรรยายพิเศษ

ด้านการบริหาร เศรษฐกิจ สังคม ทิศทางการพัฒนา ศักยภาพในด้านต่าง ๆ นิคม

อุตสาหกรรม สิทธิพิเศษต่าง ๆ ของนครดานัง หลังจบการบรรยายคณะเดินทางมอบของที่ระลึก

10.15 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง

10.30 – 11.30 น. Mr.Le Huu Quang Huy ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการลงทุนเวียดนาม (Investment Promotion Center in Central of VN – IPCC) บรรยายพิเศษเกี่ยวกับการลงทุนในเวียดนาม การจัดตั้งบริษัท การดำเนินธุรกิจในเวียดนาม ภาษี การจ้างงาน การประกันสังคม การส่งผลกำไรกลับประเทศ ฯลฯ และโดยเฉพาะลักษณะพิเศษในภาคกลางเวียดนาม ตอบข้อซัก-ถาม หลังจบการบรรยายคณะมอบของที่ระลึก

12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน “Anh & Em”

13.00 น.   เดินทางเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรม Hoa Khanh และเยี่ยมชมท่าเรือสินค้าของนครดานัง

17.30 น.   รับประทานอาหารเย็นบนเรือภัตตาคารล่องแม่น้ำ “ซงฮาน”

20.00 น.   กลับเข้าสู่ที่พัก Saigontourane Hotel พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552   ดานัง – โฮยอาน เมืองมรดกโลก

07.30 น.   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม รับประทานอาหารเช้า

08.30 น.   เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม

09.00 น.   ศึกษาตลาดค้าปลีกของนครดานัง

10.00 น.   เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ จาม (Da Nang Museum of Cham Sculpture)

จาม (Cham) หรือจัมปา (Champa) เป็นแหล่งรวบรวมวัตถุโบราณที่สำคัญในสมัยที่อาณาจักรจาม เคยมีความรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนแถบตอนกลางของเวียดนาม ได้แก่ เมืองเว้ เมืองดานัง และเมืองใกล้เคียงอื่นๆ วัตถุโบราณที่รวบรวมมาไว้ที่นี้มีจำนวนถึง 300 ชิ้น และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

11.30 น.   รับประทานอาหารเที่ยงที่ “Pho Bien” (ดานัง)

13.00 น.   เดินทางสู่เมืองโฮยอาน (Hoi An) เมืองเก่ามรดกโลกของเวียดนาม เป็นเมืองซึ่งรักความสวยงามของบ้านเรือนแบบดั้งเดิมกว่า 500 ปีไว้ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ซึ่งในค่ำคืนนี้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสวยงามของเมืองเก่าโฮยอาน พร้อมจับจ่ายสินค้าที่ระลึกในราคาที่ต่อรองได้ หรือจะแวะนั่งจิบกาแฟสไตล์เวียดนาม หรือนั่งจิบเบียร์เย็น ๆ ชมบรรยากาศเมืองมรดกเก่า มรดกโลกริมแม่น้ำทูโบน โคมไฟผ้าไหมของโฮยอานเป็นที่ขึ้นชื่อลือชามากทางด้านความสวยงาม โดยเฉพาะการเดินชมบรรยากาศในยามค่ำคืน ตามท้องถนน หน้าบ้าน หน้าร้านค้าจะเต็มไปด้วยโคมไฟแขวน ด้วยแสงสีต่าง ๆ ผสานกันสร้างสีสันให้บ้านเรือนอายุ 400-500 ปีดูสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งรับประทานอาหารเย็นแล้วทุกท่านไม่ควรพลาดบรรยากาศเมืองมรดกโลกในยามค่ำ คืนอันแสนประทับใจเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง

17.30 น.   รับประทานอาหารเย็นที่ร้าน “Le Ba Truyen 2” (โฮยอาน)

20.00 น.   เข้าพักที่ Pho Hoi Resort ย่านเมืองเก่า โฮยอาน

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2552   โฮยอาน – ดานัง – โฮจิมินห์

07.30 น.    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.30 น.     เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม พร้อมออกเดินทางสู่สนามบินนครดานัง เพื่อขึ้นเครื่องสู่นครโฮจิมินห์

โดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ VN 323 : 11.00 – 12.10 น.

12.10 น.     ถึงสนามบิน เติน เซิน เญิ๊ต นครโฮจิมินห์

- รับประทานอาหารเที่ยงที่ ร้านอาหารท้องถิ่น พร้อมเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของนครโฮจิมินห์

17.00 น.     นำทุกท่านเข้าสู่ที่พัก Le Duy Hotel (นครโฮจิมินห์)

- รับประทานอาหารเย็นบนเรือล่องตามลำน้ำไซง่อน (Saigon River)

20.30 น.     เข้าสู่ที่พัก Le Duy Hotal พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2552      โฮจิมินห์ – กรุงเทพ

07.30 น.   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

09.30 น.     เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมที่พัก

- เดินทางสู่สนามบิน เติน เซิน เญิ๊ต (Tan Son Nhat) นครโฮจิมินห์

- เดินทางกลับสู่กรุงเทพ ด้วยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ VN 850 : 12.40 – 14.10 น.

14.10 น.   เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

อัตราค่าบริการราคารวมตั๋ว

- ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ 27,900 บาท

- ห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 3,500 บาท

อัตราบริการนี้รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบินตามระบุในโปรแกรม

2. ค่าที่พัก ตามที่ระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน) หากประสงค์พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 3,500 บาท

3. บริการท่านด้วยรถบัสปรับอากาศรุ่นใหม่ 45 ที่นั่ง

4. อาหารทุกมื้อตามที่ระบุ พร้อมบริการน้ำดื่มบนรถ 2 ขวด 0.5 ลิตร / ท่าน / วัน ผ้าเย็นพร้อมบริการ

5. มัคคุเทศก์ท้องถิ่นมืออาชีพบรรยายภาษาไทย

6. ค่าผ่านประตูเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรมระบุ

7. ประกันการเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท

8. ภาษีสนามบินทั้งไทยและเวียดนาม

9. สัมภาระใต้ท้องเครื่องไม่เกิน 20 กิโลกรัม / ท่าน

อัตราบริการนี้ไม่รวม

1. ค่าห้องพักเดี่ยวเพิ่มตามอัตรากำหนด

2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด มินิบาร์ อาหาร และ เครื่องดื่มนอกรายการ

3. ค่าทำวีซ่าเข้าประเทศเวียดนามสำหรับชาวต่างชาติ (ชาวไทยและพลเมืองในกลุ่มประเทศ ASEAN ไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศเวียดนาม ส่วนชาวต่างชาติอื่นต้องทำวีซ่าเข้าประเทศเวียดนาม)

4. ทิปมัคคุเทศก์ พนักงานขับรถ ท่านละ 200 บาท

5. ค่าบริการฝากสัมภาระลงใต้ท้องเครื่อง กรณีเกินจากที่สายการบินกำหนด

เอกสารใช้ในการเดินทาง

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุนับจนถึงวันเดินทางกลับไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

2. หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่างสำหรับประทับตราเข้าออกเมือง

การชำระเงิน
ทางบริษัทฯ ขอรับมัดจำ 10,000 บาท สำหรับการจอง ส่วนที่เหลือทั้งหมดชำระก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วัน

การยกเลิก
กรณีแจ้งยกเลิก 7 วันก่อนการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการคืนทัวร์ 50% ของราคาเต็มเท่านั้น
กรณีแจ้งยกเลิก 3 วันก่อนการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

1. รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯโดยบริษัทจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

2. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้า ประเทศเอกสารเดินทางไม่ถูกต้องหรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสียหรือด้วย เหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้า เมืองพิจารณาแล้ว

3. บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายต่าง ๆ ที่อยู่เหนือการควบคุม อาทิเช่น การนัดหยุดงาน การจลาจล หรือ  ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอันเกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความ่าช้าหรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆ  ฯลฯ

การโอนเงิน  :  โอนเงินเข้าบัญชี  บริษัท เพนนินซูลาร์  แอสโซซิเอทส์ จำกัด

หมายเลขบัญชี  014 – 257097 – 9  ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาพหลโยธิน

สนใจติดต่อ    :  คุณเจี๊ยบ 081-309-2333

งาน “มหกรรมอร่อยทั่วไทย” ครั้งที่ 3

October 12th, 2009 by franchise No comments »

สสว. จับมือไปรษณีย์ฯ เปิดตลาดนัดสินค้า SMEs

สำนัก งานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดงาน “มหกรรมอร่อยทั่วไทย” ครั้งที่ 3 และตลาดนัดสินค้า SMEs คุณภาพส่งออก พบกับร้านค้าอร่อยทั่วไทยที่การันตีความอร่อยจากไปรษณีย์ไทยรวม 100 ร้าน อาทิ โจโจ้เป็ดย่างพิมาย แดงแหนมเนือง วนัสนันท์ ไก่ย่างเขาสวนกวาง ฯลฯ

พร้อม สินค้า SMEs คุณภาพส่งออกที่คัดสรรมาจากโครงการ SMEs Flying Geese ของ สสว. อีกกว่า 50 ร้าน มีทั้งสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง สปา ของกินของใช้ เฟอร์นิเจอร์ สินค้าหัตถกรรม ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดภายในงาน

สำหรับประชาชนและผู้สนใจทั่วไปสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 7.00-18.00 น. ณ บริเวณลานจอดรถด้านข้างที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สสว. ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดงาน มหกรรมอร่อยทั่วไทยฯ ผนึกตลาดนัดสินค้า SMEsในระหว่างวันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2552 ณ บริเวณด้านข้างที่ทำการบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หลักสี่

สสว. ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดงาน “มหกรรมอร่อยทั่วไทยฯ ผนึกตลาดนัดสินค้า SMEs”  ในระหว่างวันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2552 ณ บริเวณด้านข้างที่ทำการบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หลักสี่   โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น และเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ให้สามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูป เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฯลฯ ที่มีชื่อเสียงทั่วทุกภาคที่มีคุณภาพดี และราคาสมเหตุสมผล รวมทั้งยังเป็นการจำหน่ายสินค้าที่อยู่ใน Mail Order Catalog อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธของ SMEs ที่ผ่านการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพจากหน่วยบ่มเพาะทั่วประเทศ ในกิจกรรม Thailand’s Brand To ASEAN ภายใต้โครงการ SMEs Flying Geese ซึ่งจะมีผู้ประกอบการ SMEs มาออกบูธไม่ต่ำกว่า 100 ร้านค้า โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 น. – 18.00 น. และในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 จะมีพิธีเปิดงาน “มหกรรมอร่อยทั่วไทยฯ ผนึกตลาดนัดสินค้า SMEs” โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธานในการเปิดงานดังกล่าว โดยพิธีการจะเริ่มเวลาประมาณ 14.00 น. เป็นต้นไป

กำหนดการ
พิธีเปิดงาน “มหกรรมอร่อยทั่วไทย ผนึกตลาดนัดสินค้า SMEs”
วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2552
ตั้งแต่เวลา 13.30 น. – 15.45 น.
ณ บริเวณด้านข้างที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่ ริมถนนแจ้งวัฒนะ

13.30 น. – 14.00 น.         ลงทะเบียนสื่อมวลชน
14.00 น. – 14.10 น.         พิธีกรกล่าวต้อนรับ
14.10 น. – 14.20 น.         ผู้บริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
กล่าวถึงความเป็นมาการจัดงานและจุดเด่นการจัดงานฯ
14.20 น. – 14.30 น.         ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)
กล่าวรายงานต่อประธาน
14.30 น. – 14.45 น.         พิธีกรกล่าวเรียนเชิญ
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
กล่าวรายงานความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน
ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กล่าวเปิดงานฯ
14.45 น. – 14.55 น.         ประธานในพิธีร่วมกันเปิดงานฯ
14.55 น. – 15.05 น.         ประธานในพิธีทั้งสองมอบของที่ระลึกให้แก่กัน
15.05 น. – 15.15 น.         พิธีกรกล่าวสรุปและเชิญผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติถ่ายภาพร่วมกัน
15.15 น. – 15.45 น.         ผู้บริหาร สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ เดินเที่ยวชมงาน

******************************

ที่มา  : โครงการศึกษาวิเคราะห์และเตือนภัย SMEs รายสาขา
โทร 02-2788800 ต่อ 463

งานแสดงสินค้าใบชาและผลิตภัณฑ์ชา 2009 Taiwan International Tea Culture Expo

October 12th, 2009 by franchise No comments »

สำนัก งานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป ขอเชิญภาคเอกชนไทยเข้าร่วมจัดคูหาแสดงสินค้าใบชาและผลิตภัณฑ์ชา 2009 Taiwan International Tea Culture Expo ระหว่างวันที่ 18-21 ธันวาคม 2552 ณ World Trade Center ไทเป

สำนัก งานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป แจ้งว่า สถาบัน Chinese Tea Culture Academy ร่วมกับ Department of Cultural Affairs ในสังกัด Taipei City Government กำหนดจัดนิทรรศการ 2009 Taiwan International Tea Culture Expo ระหว่างวันที่ 18-21 ธันวาคม 2552  ณ  World Trade Center ไทเป และขอเชิญภาคเอกชนไทยเข้าร่วมจัดคูหาแสดงสินค้าใบชาและผลิตภัณฑ์ชา โดยจะมีกิจกรรมแนะนำชาจากนานาประเทศในแง่มุมต่างๆ อาทิ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์เพื่อเปิดลู่ทางด้านการตลาดใบชาระหว่างประเทศต่อไป ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการดังกล่าวได้ที่ http://www.easa.com.tw/tea/pdf/english.pdf.

ทั้ง นี้ นิทรรศการดังกล่าวน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รับทราบประสบการณ์ตลอดจน ข้อมูลสถานการณ์ตลาดใบชาและผลิตภัณฑ์ อีกทั้งปัจจุบัน ไต้หวันเป็นคู่ค้าส่งออกและนำเข้าใบชาและผลิตภัณฑ์ชาในลำดับต้นของไทย ดังนั้น หากหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนจะสามารถส่งผู้แทนเข้าร่วม ก็น่าจะเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อธุรกิจและการขยายตลาดใบชาและผลิตภัณฑ์ชาของ ไทยสู่ตลาดโลกต่อไป

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป www.thaiembassy.org/taipei ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ tteo@ms22.hinet.net

ที่มา  :  ฝ่ายประสานและบริการ SMEs
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

งาน “ BIZ BRIDGE 2009” แสดงสินค้าและการประชุมด้านการผลิตและวิศวกรรมระหว่างประเทศ

October 12th, 2009 by franchise No comments »

ขอ เชิญเข้าชมงาน ” BIZ BRIDGE 2009 ”ครั้งที่ 2 ในระหว่างวันที่ 16 – 19 ธันวาคม 2552 ณ Salt Lake Stadium Helipad Ground เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย

ทาง Confederation of India Industry (CII)  กำหนดจะจัดงาน “ BIZ BRIDGE 2009” ครั้งที่ 2 ในระหว่างวันที่ 16 – 19 ธันวาคม 2552 ณ  Salt Lake Stadium Helipad Ground เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย โดยเป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมด้านการผลิตและวิศวกรรมระหว่างประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการสร้างเครือข่าย ขยายและพัฒนาความร่วมมือด้าน Engineering และ Manufacturing ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ผลิตและผู้บริโภคจากรัฐต่างๆ ของอินเดีย รวมทั้งจากต่างประเทศในสาขาต่างๆ อาทิ สาขาเหล็ก เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี ก่อสร้าง พลังงาน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะและเจรจาธุรกิจระหว่างกัน (B2B) รวมทั้งเยี่ยมชมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการผลิตและวิศวกรรมอีกด้วย โดยในปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 2  ต่อเนื่องจากการจัดงานครั้งที่ 1 เมื่อปี 2551 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ในการนี้ Confederation of India Industry จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการและนักธุรกิจไทยในสาขาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานฯ ด้วย โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงได้ที่ Confederation of Indian Industry, 6 Netaji Subhas Road, Kolkata 700 001, India โทรศัพท์ (91-33) 2230-1434, 2230-3354 โทรสาร (91-33) 2230-1721, 2231-2700 Website: www.cii.in, www.bizbridgeexpo.com ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ tarun.tapadar@cii.in, avishek.ghosh@cii.in

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย
E-mail : rtcgkkt@eth.net

ฝ่ายประสานและบริการ SMEs
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

งาน “Broadcast India” แสดงสินค้าและเทคโนโลยีประจำปีของอินเดีย

October 12th, 2009 by franchise No comments »

กระทรวง การต่างประเทศ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน “Broadcast India” ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 29 – 31 ตุลาคม 2552 ที่ Bombay Exhibition Centre เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี  (ประเทศอินเดีย)  กำหนดจะจัดงาน “Broadcast India” ครั้งที่ 19  ระหว่างวันที่ 29 – 31 ตุลาคม 2552 ที่ Bombay Exhibition Centre เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีประจำปีของอินเดีย โดยเน้นการแสดงศักยภาพและความก้าวหน้าด้านการถ่ายทอดเสียงและสัญญาณ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ IPTV วิทยุ อินเทอร์เน็ต แสงและเสียง

ในการนี้ จึงประสงค์จะเชิญชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม งานดังกล่าว โดยงาน Broadcast India ที่จัดขึ้นในปี 2551 มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 450 รายจาก 31 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานกว่า 26,000 คน

ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Saicom Trade Fairs & Exhibitions Pvt. Ltd.
148, Admiralty House, near Colaba Bus Station,
Mumbai 400 005, India

โทรศัพท์ (91-22) 2215-1396, 2215-2721
โทรสาร (91-22) 2215-1069
Website: www.saicom.com

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี

http://www.thaiemb.org.in

E-mail : thaidel@mfa.go.th

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
กองสนเทศเศรษฐกิจ
โทรศัพท์ (02) 643 – 5000 ต่อ 4010
โทรสาร  (02) 643 – 5236
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ interecon02@mfa.go.th
www.mfa.go.th/business และ www.bizthai.info

โครงการฟ้าสดใส คนไทยยิ้มได้ ครั้งที่ 5

October 12th, 2009 by franchise No comments »

“พาณิชย์”จัดโครงการฟ้าสดใส คนไทยยิ้มได้ ครั้งที่ 5

วันที่ 7-12 ต.ค. ที่ศูนย์สิริกิติ์ ขนสินค้าอุปโภคบริโภค เกษตร สินค้าชุมชน และแฟรนไชส์ ลดกระหน่ำ 20-40% ตั้งเป้า 7 แสนคนแห่ช๊อป เงินสะพัด 1 พันล้านบาท พร้อมจัดต่อกินเจ ธงฟ้า ทั่วประเทศ 16-18 ต.ค. ทั่วประเทศ

นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 7-12 ต.ค.นี้ กรมฯ จะจัดโครงการฟ้าสดใส คนไทยยิ้มได้ ครั้งที่ 5 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าแฟรนไชส์และสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด กว่า 700 คูหา มาจำหน่ายราคาถูกกว่าท้องตลาด 20-40% ได้แก่ สินค้า บลูโซน เช่น คลินิกธงฟ้า นวดธง สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด

“การจัดงานมีเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า รวมทั้งช่วยเพิ่มช่องทางการระบายสินค้าเกษตร และยังเป็นการรณรงค์ให้คนไทย กินของไทย ใช้ของไทย ช่วยชาติไทย สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นการบริโภค และลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยคาดว่าตลอดการจัดงาน 6 วัน จะมีประชาชนสนใจเข้าร่วมงานประมาณ 7 แสนคน ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนใช้จ่ายกว่า 1,000  ล้านบาท”นายยรรยงกล่าว

นอกจากนี้ ในแต่ละวันยังจะมีการจัดช่วงนาทีทอง จำหน่ายข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำตาลทราย เนื้อสุกร กุ้ง ไข่ไก่ในราคาพิเศษ เช่น น้ำมันปาล์ม จากขวดละ 38 บาท เหลือ 27 บาท น้ำมันถั่วเหลืองจาก 46 บาท เหลือ 38 บาท ไข่ไก่ถาด 30 ฟอง 87 บาท เหลือ 60 บาท เนื้อหมู 115 บาท เหลือ 75 บาท ข้าวหอมมะลิบรรจุถุง 5 กก. 190 บาท เหลือ 125 บาท ข้าวเจ้าถุงละ 140 บาท เหลือ 90 บาท กุ้งขาว 60-70 ตัว จาก กก.ละ 130 บาท เหลือ 90 บาท และน้ำตาลทราย กก.ละ 24 บาท เหลือ 15 บาท ขณะเดียวกันจะเปิดให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงิน ในการรับฝากเงิน ให้บริการสินเชื่อพิเศษจากธนาคารออมสิน  ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

กรมฯ ยังได้ร่วมกับสมาชิกเครือข่ายตลาดสดธงฟ้า ตลาดสดสีฟ้า ห้างบิ๊กซี และบริษัทเอกชน จัดเทศกาลกินเจ ธงฟ้าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 16-28 ต.ค.2552 โดยนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลอาหารเจ ทั้ง ผัก ผลไม้ เครื่องปรุง วัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารเจ และอาหารสำเร็จรูป มาจำหน่ายราคาถูกกว่าท้องตลาดมากกว่า 20% เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ

Epson Digital Photo

October 12th, 2009 by franchise No comments »

ประเทศ : ไทย

ประเภทธุรกิจ : แฟรนไชส์

หมวดธุรกิจ : บริการ

หมวดธุรกิจกิจย่อย : ร้านถ่ายรูปดิจิตอล

รายละเอียดของธุรกิจ

ตกแต่งซ่อมแซมภาพเก่าให้เป็นภาพใหม่ ตกแต่งภาพขาวดำ

ทำให้เป็นภาพสี ตัดต่อเปลี่ยนฉาก / แก้ไขสี / รวมภาพ

ตัดบุคคลในภาพออก บริการถ่ายภาพติดบัตร พร้อมแต่งหน้า

และตกแต่งภาพหลังการถ่าย มีให้บริการเปลี่ยนชุดสูทใน

คอมพิวเตอร์ มีให้บริการกรอบภาพสำเร็จแฟนซี ปกแมกกาซีน

นโยบายในการดำเนินธุรกิจ

สิ่งที่คุณควรจะต้องมีก่อนในการลงทุน
# คอมพิวเตอร์ความเร็วอย่างน้อย 1.6 GHz และมีหน่วยความจำ 256 เมกกะไบต์ ขึ้นไป
# กล้องดิจิตอลความละเอียดอย่างน้อย 3.3 ล้านพิคเซลขึ้นไป
# เครื่องสแกนภาพแนวราบ ความละเอียดอย่างน้อย 600 x 1200 dpi (Flatbed scanner))
# ตัวอ่านเมมโมรีการ์ด (Memory card reader) ทั้ง สมาร์ทมีเดีย , คอมแพคแพลช , เมมโมรี่สติก

สิ่งที่จะได้รับ

# อบรมการขายงาน
ตกแต่งภาพ และสร้างสรรค์ภาพด้วยโปรแกรมโฟโต้ช๊อป รับประกันการเป็น ด้วยทีมงานสอนมืออาชีพจริง ๆ ที่ให้การอบรมมาแล้วกว่า 100 ศูนย์
# คุณจึงเชื่อมั่นได้อย่างสนิทใจ
** หนังสือประกอบการขาย 1 เล่ม (Sale kit)
**อุปกรณ์การขายงาน ตัวอย่าง และแผ่นป้ายโปสเตอร์ 1 ชุด
**โปสเตอร์แนะนำบริการ และราคาสำหรับติดในร้าน ขนาด 24 x 40 นิ้ว (โปสเตอร์จะคล้าย ๆ ลักษณะในตัวอย่างแต่ไม่เหมือนโดยทีเดียวทั้งหมด)
**สแตนด์ธงงานบริการสำหรับตั้งหน้าร้าน 1 อัน
** ใบปลิวสี่สี ขนาด A6 จำนวน 2,000 ใบ
**ซีดีโปรแกรมกรอบลาย 4 ชุด ที่สามารถสั่งพิมพ์ได้ขนาดใหญ่สูงสุด 20 x 24 นิ้วใน คุณภาพ ภาพถ่าย
** มีสิทธิ์ซื้อกระดาษและหมึกในราคาพิเศษ ที่ถูกกว่าการไปซื้อตามห้างร้าน ไม่เกิน 15 ชุด ต่อ 1 เดือน ต่อ 1 รุ่น
**สิทธิในการซื้อสินค้าของเอปสันรุ่นใหม่ เช่น ปริ้นท์เตอร์, สแกนเนอร์ และกล้องดิจิตอล ในราคาพิเศษ
** สิทธิในการเข้าฟังสัมมนาที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจดิจิตอลโฟโต้ที่ทางบริษัท เอปสัน จัดขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด
# ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป
** สิทธิในการเข้าร่วมงานนทรรศการเกี่ยวกับธุรกิจโฟโต้ที่ทางบริษัทจัดขึ้น ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป เช่นกัน
** สิทธิในการเป็นศูนย์รับอัดขยายภาพในระบบดิจิตอล Roch 2000
**จะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการที่จะไปใช้บริการ

จำนวนสาขาในปัจจุบัน     N/A
ราคาแฟรนไชส์     N/A

CONTACT
ผู้ติดต่อ
สถานที่ติดต่อ     1201/22 ซ.ลาดพร้าว 94 ถนนทาวน์อินทาวน์ 14 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพ. 10310
โทรศัพท์     02-530-8225-7
โทรสาร     02-530-2120
อีเมล     webmaster@cimage.co.th
เว็ปไซต์     http://www.cimage.co.th